Profilo di nattapongAbuzayafFotoBlog Strumenti Guida

Blog


28 dicembre

เหล้าชนิดต่างๆ

ตากีลา​​ (Tequila)

​​ตากีลา​​ ​​เป็น​​​เหล้าสีขาว​​ ​​กลิ่นแรง​​ ​​หมัก​​​จาก​​​พืชที่​​​เรียกว่า​​ Mezcal ​​ผลิต​​​ใน​​​ประ​​​เทศเม็กซิ​​​โก​​ ​​ปกติตากีลา​​​จะ​​​มีสีขาว​​ ​​แต่บางชนิดมีสี​​​เหลืองทอง​​​จาก​​​การเก็บบ่ม​​​ใน​​​ถังไม้​​ ​​ปกติชาวพื้นเมืองเม็กซิ​​​โก​​ ​​นิยมดื่มเหล้าตากีลา​​​โดย​​​ไม่​​​ผสม​​ ​​หากแต่ก่อนดื่ม​​​จะ​​​หยิบเกลือ​​​ใส่​​​ปาก​​ ​​บีบมะนาวตาม​​ ​​แล้ว​​​จึง​​​ยกเหล้า​​ ​​ขึ้นดื่ม​​ ​​เพื่อ​​​ให้​​​รสชาติของเหล้าคลุกเคล้า​​​กับ​​​เกลือ​​​และ​​​มะนาว​​​ใน​​​ปาก​​ ​​ใน​​​ปัจจุบันนิยมนำ​​​ตากีลามาทำ​​​เครื่องดื่มผสม​​ ​​เช่น​​ Tequila Sunrise, Margarita ​​เป็น​​​ต้น​
​​เหล้าตากีลาที่รู้จัก​​​กัน​​​ดี​​​ใน​​​ประ​​​เทศไทยก็​​​จะ​​​มี​​ Olmeca, Cuervo, Sauza ​​ครับ​​
 
​​วอดก้า​​ (Vodka)

​​วอดก้า​​ ​​เป็น​​​เหล้าสีขาวใส​​ ​​มีกลิ่นเพียง​​​เล็ก​​​น้อยจนแทบ​​​ไม่​​​รู้สึก​​ ​​ดีกรี​​ 40-50 ​​ต้นกำ​​​เนิด​​​อยู่​​​ใน​​​รัสเซีย​​​และ​​​โปรแลนด์​​ ​​สมัยก่อน​​​ไม่​​​เป็น​​​ที่รู้จัก​​ ​​แต่​​​ใน​​​ปัจจุบัน​​​เป็น​​​เหล้าที่นิยม​​​กัน​​​มากครับ​​ ​​เป็น​​​เหล้าที่หมัก​​​จาก​​​ข้าว​​​หรือ​​​มันฝรั่ง​​ ​​ผ่านการกรอง​​​และ​​​ดูดกลิ่นจนเหลือสี​​​เจือปน​​​และ​​​กลิ่นน้อยที่สุด​
​​คำ​​​โฆษณาที่ว่า​​ " It will leave you breathless " ​​คือเมื่อดื่มวอดก้า​​​แล้ว​​​จะ​​​ไม่​​​มีกลิ่นติดค้างเมื่อหายใจ​​ ​​เครื่องดื่มผสมวอดก้าที่​​​เป็น​​​ที่รู้จักก็มี​​ Screw Driver, Bloody Mary, Vodka Martini ​​เป็น​​​ต้นครับ​
​​ส่วน​​​เหล้าวอดก้าที่รู้จัก​​​กัน​​​ดี​​​ใน​​​ประ​​​เทศไทยก็มี​​ Larios, Wyborowa, Borzoi , Stolighinaya
​​
 
จิน​​ (Gin)

​​จิน​​ ​​เป็น​​​เหล้าสีขาว​​ ​​มีกลิ่นหอมของผลจูนิ​​​เปอร์​​ ​​ทำ​​​มา​​​จาก​​​การกลั่นข้าว​​​และ​​​ผสมกลิ่นรสชาติของสมุนไพร​​ ​​และ​​​ผลจูนิ​​​เปอร์​​ ​​เป็น​​​ที่นิยม​​​กัน​​​มาก​​​ใน​​​ฮอลันดา​​ ​​ปัจจุบันผลิต​​​กัน​​​ใน​​​หลายๆ​​​ประ​​​เทศ​​ ​​กลิ่น​​​และ​​​รสชาติก็​​​แตกต่าง​​​กัน​​​ไป​​ ​​เพราะ​​​มีการเปลี่ยนแปลง​​​ทั้ง​​​วิธีการผลิต​​​และ​​​ส่วน​​​ผสม​
​​จินที่ผลิต​​​จาก​​​ประ​​​เทศฮอลันดา​​ ​​รส​​​จะ​​​เข้มข้นมาก​​ ​​นิยมดื่ม​​​โดย​​​ไม่​​​ผสม​​ ​​แต่ควรแช่​​​ให้​​​เย็นจัด​​ ​​จิน​​​จาก​​​อังกฤษ​​​และ​​​อเมริกา​​ ​​นิยมดื่ม​​​เป็น​​​เครื่องดื่มผสม​​ ​​ที่รู้จัก​​​กัน​​​แพร่หลายเช่น​​ Gin Tonic, Tom Collins, Martini
​​ส่วน​​​จินที่รู้จัก​​​กัน​​​ใน​​​ประ​​​เทศไทย​​ ​​เช่น​​ Beefeater, Gordon,Gilbey's ​​ซึ่ง​​​ส่วน​​​ใหญ่​​​จะ​​​ใช้​​​คำ​​​ว่า​​ London Dry Gin
​​
 
บรั่นดี​​ (Brandy)

​​บรั่นดี​​ ​​เป็น​​​เหล้าที่นิยม​​​กัน​​​มาก​​ ​​ได้​​​จาก​​​การหมักองุ่น​​​ให้​​​เป็น​​​ไวน์​​(wine)​​แล้ว​​​จึง​​​นำ​​​มากลั่น​​​เป็น​​​บรั่นดี​​ ​​จาก​​​นั้น​​​นำ​​​ไปเก็บบ่ม​​​ให้​​​ได้​​ ​​สี​​ ​​กลิ่น​​ ​​รส​​ ​​ที่ดีครับ​​ ​​บรั่นดีที่มีขายตามท้องตลาด​​ ​​สามารถ​​​แบ่ง​​​ได้​​​เป็น​​ 3 ​​ประ​​​เภท​
1. ​​บรั่นดีพื้นเมือง​​ (Domestic Brandy) ​​เช่น​​ Regency Brandy,German Brandy.
2. ​​บรั่นดีมาตรฐาน​​ (Regular Brandy) ​​ส่วน​​​มาก​​​เป็น​​​บรั่นดีที่นำ​​​เข้า​​​มา​​​จาก​​​ต่างประ​​​เทศ​
3. ​​บรั่นดี​​​เกรดสูง​​ (Premium Brandy) ​​เป็น​​​บรั่นดีราคา​​​แพงที่​​​เก็บบ่ม​​​ไว้​​​ใน​​​ถังไม้​​​โอ๊ก​​​เป็น​​​เวลานาน​​ ​​โดย​​​ระบุคุณภาพ​​​เป็น​​​อักษรย่อ​​ ​​หรือ​​​ชื่อพิ​​​เศษ​​ ​​เช่น​​ ​​คอนยัค​​(Cognac) ​​หรือ​​ (Armagnac)

​​บรั่นดีผลไม้​​ (Fruit Brandy)

​​บรั่นดีผลไม้​​ ​​คือ​​ ​​บรั่นดีที่ทำ​​​จาก​​​ผลไม้​​​อื่นๆ​​​ที่​​​ไม่​​​ใช่​​​ผลองุ่น​​ ​​ซึ่ง​​​จะ​​​ให้​​​กลิ่นรสแตกต่าง​​​กัน​​​ไปครับ​​ ​​แบ่ง​​​เป็น​​ 2 ​​ชนิด​​​ด้วย​​​กัน​
1. ​​บรั่นดีผลไม้สีขาว​​ (White Fruit Brandy) ​​ผลิต​​​จาก​​​การกลั่นผลไม้​​ ​​โดย​​​ไม่​​​ต้อง​​​บ่ม​​​ใน​​​ถังไม้​​ ​​จะ​​​ได้​​​กลิ่นหอม​​ ​​และ​​​รสของผลไม้​​​นั้นๆ​​ ​​นิยมแช่​​​ให้​​​เย็น​​​แล้ว​​​ดื่ม​​​โดย​​​ไม่​​​ผสม​​ ​​หรือ​​​นำ​​​ไปผสม​​​ใน​​​ค็อกเทลต่างๆ​​​ก็​​​ได้​
2. ​​บรั่นดีผลไม้ที่มีสี​​ (Colour Fruit Brandy) ​​ผลิต​​​จาก​​​การกลั่นผลไม้​​ ​​แล้ว​​​นำ​​​ไปเก็บบ่ม​​​ใน​​​ถังไม้​​​โอ๊ก​​ ​​ผลไม้ที่นิยมนำ​​​มากลั่นก็มี​​ ​​แอปเปิ้ล​​,​​เชอร์รี่​​,​​พลัม​​,​​แพร์​​,​​ราสเบอร์รี่​​ ​​ที่มีขายตามท้องตลาด​​​ทั่ว​​​ไป​​ ​​เช่น​​ Apple Brandy, Calvados, Apple Jack, Kirsch, Poire William ​​และ​​​อีกมากมาย​​ ​​ซึ่ง​​​อาจเรียกบรั่นดีผลไม้ประ​​​เภทนี้ว่า​​ "Eau-de-vie"

​​เหล้าหวาน​​(Liqueur or Cordial)

Liqueur ​​และ​​ Cordial ​​มี​​​ความ​​​หมายคล้าย​​​กัน​​​ครับ​​ ​​ส่วน​​​ใหญ่​​​คำ​​​ว่า​​ Liqueur ​​มัก​​​จะ​​​หมาย​​​ถึง​​​เหล้าหวานของประ​​​เทศแถบยุ​​​โรป​​ ​​ส่วน​​ Cordial ​​หมาย​​​ถึง​​​เหล้าหวานทางสหรัฐอเมริกา​
​​เหล้าหวาน​​ ​​เป็น​​​การผสมสุราชนิด​​​ใด​​​ก็​​​ได้​​​กับ​​​ความ​​​หวาน​​ ​​และ​​​เพิ่มสี​​ ​​กลิ่น​​ ​​รสลงไป​​ ​​ซึ่ง​​​มา​​​จาก​​​ผลไม้​​ ​​สมุนไพร​​​หรือ​​​เครื่องเทศ​​ ​​จะ​​​เห็นว่า​​​เหล้าหวานมีสีต่างๆ​​​มากมาย​​ ​​อาจดื่มเปล่าๆ​​​โดย​​​ผสมน้ำ​​​แข็ง​​ ​​ผสมค็อกเทล​​​ให้​​​มีสีสวยงาม​

​​วิสกี้​​ (Whisky)

​​วิสกี้​​ ​​คือสุรากลั่นที่ทำ​​​จาก​​​ข้าวชนิด​​​ใด​​​ชนิดหนึ่ง​​ ​​หรือ​​​หลากหลายชนิดก็​​​ได้​​ ​​โดย​​​นำ​​​มาหมัก​​​แล้ว​​​กลั่น​​​ให้​​​มีดีกรีสูงขึ้น​​ ​​จาก​​​นั้น​​​นำ​​​ไปเก็บบ่ม​​​ใน​​​ถังไม้​​​โอ๊กเพื่อ​​​ให้​​​ได้​​​สี​​ ​​กลิ่น​​ ​​รสที่ดีขึ้น​​ ​​แต่ก่อน​​​จะ​​​นำ​​​มาบรรจุขวด​​ ​​บางชนิด​​​ยัง​​​นำ​​​ไปปรุงแต่งสี​​ ​​กลิ่น​​ ​​รสอีกครั้ง​​ ​​เพื่อ​​​ให้​​​ได้​​​มาตรฐานตาม​​​ความ​​​นิยมของ​​​ผู้​​​บริ​​​โภค​
​​วิสกี้ที่นิยม​​​กัน​​​มาก​​ ​​นอก​​​จาก​​​วิสกี้ของท้องถิ่น​​​แล้ว​​ ​​วิสกี้​​​จาก​​​ต่างประ​​​เทศที่นิยม​​​กัน​​​มากก็มี​​ Scotch Whisky,Irish Whisky,American Whisky,Canadian Whisky ​​ซึ่ง​​​ก็​​​จะ​​​มี​​​เอกลักษณ์​​​ใน​​​ด้าน​​ ​​กลิ่น​​ ​​และ​​​รสชาติที่​​​แตกต่าง​​​กัน​​​ออกไปครับ​​
 

​​แอพเพอริทิฟ​​ (Aperitif)

​​แอพเพอริทิฟ​​ ​​คือเหล้าที่นิยมดื่มก่อนอาหาร​​ ​​เป็น​​​เครื่องดื่มเก่า​​​แก่​​ ​​จัด​​​อยู่​​​ใน​​​ประ​​​เภทเหล้ายา​​ ​​นิยมมาก​​​ใน​​​ประ​​​เทศฝรั่งเศส​​ ​​อิตาลี​​ ​​ทำ​​​จาก​​​เหล้า​​ ​​เหล้าองุ่น​​ ​​สมุนไพร​​​และ​​​เครื่องเทศ​​ ​​แบ่ง​​​ได้​​ 3 ​​ชนิด​
1. ​​เวอร์มุธ​​ (Vermouth) ​​เป็น​​​เหล้ายาทำ​​​จาก​​​รากไม้​​ ​​รากยา​​ ​​และ​​​เครื่องเทศ​​ ​​รสชาติคล้ายๆ​​​ยาบำ​​​รุงเลือดลมของไทย​​ ​​มีหลายยี่ห้อ​​ ​​เช่น​​ Martini,Cinzano,Barbero,Dubonet,Pimm's No.1 ​​เป็น​​​ต้น​
2. ​​บิตเตอร์​​ (Bitter) ​​เป็น​​​เหล้ายาที่มีรสขม​​ ​​นิยมดื่มแก้​​​โรคกระ​​​เพาะ​​ ​​และ​​​ช่วย​​​ย่อยอาหาร​​ ​​บางชนิดขมมาก​​ ​​แต่บางชนิดก็ขมอมหวานเช่น​​ Campari,Fernet,Branca,Angostura Bitter
3. ​​อนิซ​​ (Anis) ​​เป็น​​​เหล้ายาสี​​​เหลืองใสทำ​​​มา​​​จาก​​​เมล็ดของ​​ Anis ​​มีกลิ่นหอมเย็นๆ​​ ​​นิยมดื่มแก้ท้องอืด​​ ​​ท้องเฟ้อ​​ ​​เช่น​​ Pernod,Ricard,Pastis
​​เหล้า​​​แอพเพอริทิฟ​​ ​​นอก​​​จาก​​​จะ​​​นิยมนำ​​​มาดื่มเพื่อ​​​เป็น​​​ยา​​​แล้ว​​ ​​ยัง​​​นิยมนำ​​​ไปทำ​​​เครื่องดื่มผสม​​​อื่นๆ​​​อีกมากมาย​​
​​
 
ไวน์​​ (Wine)

​​ไวน์​​ ​​หรือ​​​ที่​​​เรียกว่า​​ ​​เหล้าองุ่น​​ ​​เป็น​​​ที่นิยม​​​กัน​​​อย่างแพร่หลาย​​ ​​แบ่ง​​​ได้​​​เป็น​​ 3 ​​ประ​​​เภทดังนี้ครับ​
1. Table Wine ​​หรือ​​ Still Wine ​​คือไวน์ที่หมัก​​​จาก​​​องุ่น​​ ​​โดย​​​ไม่​​​ต้อง​​​เพิ่มเติมสิ่งหนึ่งสิ่ง​​​ใด​​​ลงไป​​ ​​ไม่​​​มี​​​แก๊ส​​ ​​ดีกรีที่นิยมก็​​ 10-13 ​​ดีกรี​​ ​​นิยมดื่ม​​​ใน​​​ทุกโอกาส​​ ​​แต่​​​ส่วน​​​ใหญ่​​​จะ​​​ดื่มประกอบอาหาร​​ ​​เพื่อเจริญอาหาร​​​และ​​​ชูรสชาติของอาหาร​​ ​​มี​​ 3 ​​สี​
- ​​ไวน์​​​แดง​​ (Red Wine) ​​จะ​​​มีตั้งแต่สี​​​แดงอ่อน​​ ​​ถึง​​​แดงเข้ม​​ ​​ขึ้น​​​อยู่​​​กับ​​​ชนิดขององุ่นที่นำ​​​มาหมัก​​ ​​และ​​​ระยะ​​​เวลา​​​ใน​​​การหมัก​​ ​​ส่วน​​​ใหญ่​​​ไวน์​​​แดง​​​จะ​​​มีรสฝาด​​ ​​และ​​​ให้​​​มีรสหวานน้อยมาก​​ ​​เรียกว่า​​ Dry ​​นิยมดื่ม​​​โดย​​​ไม่​​​แช่​​​เย็น​
- ​​ไวน์ขาว​​ (White Wine) ​​จะ​​​มีตั้งแต่​​​เหลืองซีดจน​​​ถึง​​​เหลืองทอง​​ ​​ลักษณะ​​​ทั่ว​​​ไป​​​จะ​​​มีรสอ่อน​​ ​​กลิ่นน้อย​​ ​​ความ​​​หวานมีตั้งแต่หวานน้อย​​ ​​จน​​​ถึง​​​หวานมาก​​ ​​ไม่​​​มีรสฝาด​​ ​​นิยมดื่มแบบแช่​​​เย็นครับ​
-​​ไวน์ชมพู​​ (Rose Wine) ​​จะ​​​มีสีตั้งแต่ชมพูอ่อนจน​​​ถึง​​​เกือบแดง​​ ​​ไวน์สีชมพู​​​จะ​​​มีลักษณะระหว่างไวน์ขาว​​​กับ​​​ไวน์​​​แดง​​ ​​คือมี​​​ความ​​​ฝาด​​​เล็ก​​​น้อย​​​และ​​​มีรสเปรี้ยวอมหวาน​​ ​​จึง​​​เป็น​​​ที่นิยม​​ ​​เพราะ​​​ดื่มง่าย​​ ​​และ​​​นิยมแช่​​​เย็นก่อนดื่ม​
2. Sparkling Wine ​​คือไวน์ที่มี​​​แก๊ส​​ ​​จึง​​​ทำ​​​ให้​​​มีรสซ่า​​ ​​มี​​​ทั้ง​​​สีขาว​​ ​​ชมพู​​​และ​​​แดง​​ Sparkling Wine ​​ใช้​​​กรรมวิธี​​​ใน​​​การหมักไวน์​​​ซ้ำ​​​เป็น​​​ครั้งที่สองภาย​​​ใน​​​ขวด​​ ​​และ​​​เก็บรักษา​​​แก๊สนี้​​​ไว้​​ ​​จึง​​​ทำ​​​ให้​​​เกิดรสซ่า​​ ​​เป็น​​​ที่นิยม​​​กัน​​​มาก​​ ​​จึง​​​มีการจดลิขสิทธิ์​​​ไว้​​​ใน​​​ชื่อ" cham pagne" ​​ของฝรั่งเศส​​ ​​ส่วน​​​ไวน์ที่ผลิต​​​ด้วย​​​กรรมวิธีคล้ายคลึง​​​กัน​​​จะ​​​ใช้​​​คำ​​​ว่า​​"Sparkling Wine" ​​แชมเปญนิยมดื่มเพื่อแสดง​​​ความ​​​ยินดีต่อ​​​กัน​​ ​​เสิร์ฟ​​​โดย​​​แช่​​​เย็นจัด​
3. Fortified Wine ​​คือไวน์ที่​​​เพิ่มแอลกอฮอล์​​​ให้​​​สูงประมาณ​​ 18-19 ​​ดีกรี​​ ​​จะ​​​มีกลิ่น​​ ​​รส​​ ​​และ​​​แอลกอฮอล์มากกว่า​​​ไวน์ธรรมดา​​​แช่​​​เย็นเพียง​​​เล็ก​​​น้อยก่อนดื่มครับ​​
 
​​รัม​​ (Rum)

​​รัม​​ ​​เป็น​​​เหล้าที่กลั่น​​​จาก​​​อ้อย​​​หรือ​​​กากน้ำ​​​ตาล​​ ​​ผลิตมากตามหมู่​​​เกาะฝั่งทะ​​​เลคาริ​​​เบียน​​ ​​ซึ่ง​​​ปลูกอ้อย​​​กัน​​​มาก​​ ​​แต่ก็มีผลิตจำ​​​หน่าย​​​กัน​​​หลายประ​​​เทศเช่น​​ Puertorico,Jamaica,Demeraran,Barbados ​​เป็น​​​ต้น​
​​รัมแยกตาม​​​ความ​​​นิยม​​​เป็น​​ 3 ​​ชนิด​​​ด้วย​​​กัน​​ ​​คือ​
1. ​​รัมขาว​​ (White Rum) ​​เป็น​​​รัมที่มีสี​​​ใส​​ ​​บางชนิด​​​ไม่​​​ต้อง​​​เก็บบ่ม​​ ​​แต่บางชนิด​​​ต้อง​​​เก็บบ่ม​​​ใน​​​ถังไม้​​​เพื่อ​​​ให้​​​กลิ่นรสดีขึ้น​​ ​​บางครั้งเรียกว่า​​ Silver Rum ​​เหมาะสำ​​​หรับนำ​​​ไปผสมค็อกเทลที่​​​ไม่​​​ต้อง​​​การ​​​ให้​​​สี​​​เปลี่ยน​
2. ​​รัมทอง​​ (Gold Rum) ​​เป็น​​​รัมที่มีสี​​​เหลืองใส​​ ​​ได้​​​จาก​​​การเก็บบ่ม​​​ใน​​​ถังไม้​​​เพื่อ​​​ให้​​​เกิดสี​​ ​​หรือ​​​ผสมสี​​ ​​กลิ่น​​ ​​รสชาติ​​ ​​ด้วย​​​คารา​​​เมล​​ (Caramel) ​​ที่​​​ได้​​​จาก​​​การเคี่ยวน้ำ​​​ตาล​​ ​​เป็น​​​สี​​​เหลืองทอง​​ ​​เพื่อ​​​ให้​​​ได้​​​เหล้ารัม​​ ​​ที่มีกลิ่น​​ ​​สี​​ ​​รสชาติมากขึ้นกว่า​​​เดิม​
3. ​​รัมดำ​​ (Dark Rum) ​​เป็น​​​รัมที่มีสี​​​เกือบดำ​​ ​​ได้​​​จาก​​​การเก็บบ่ม​​​ไว้​​​ใน​​​ถังไม้​​​เพื่อ​​​ให้​​​เกิดสี​​ ​​และ​​​ผสม​​​กับ​​​คารา​​​เมลที่​​​เคี่ยวจน​​​เป็น​​​สีดำ​​​เกือบไหม้​​ ​​จะ​​​ได้​​​กลิ่น​​​และ​​​รสชาติมากขึ้น​
​​เหล้ารัมนิยมนำ​​​ไปทำ​​​ค็อกเทลมากครับ​​ ​​ที่รู้จัก​​​กัน​​​มากคือ​​ Rum Coke ​​หรือ​​ Cuba Libre,Mai Tai ​​นอก​​​จาก​​​นั้น​​ ​​ยัง​​​นำ​​​ไปผสม​​​กับ​​​เครื่องดื่มชนิด​​​อื่นๆ​​ ​​เช่น​​ ​​น้ำ​​​ผลไม้ต่างๆ​​ ​​ที่​​​เรียกว่า​​ Punch
​​เหล้ารัมที่มีจำ​​​หน่าย​​​จะ​​​มีดีกรีราว​​ 40 ​​ดีกรี​​ ​​แต่มีบางชนิดผลิต​​​ให้​​​มีดีกรีสูงมาก​​​ถึง​​ 75.5 ​​ดีกรี​​ ​​หรือ​​​ที่​​​เขียนว่า​​ 151 Proof ​​เพื่อ​​​ให้​​​เครื่องดื่มผสมมี​​​ความ​​​แรงเพิ่มขึ้น​

เทคนิคการดื่ม Johnnie Walker ชั้นเทพ

เริ่มจาก ' เรด เลเบิ้ล ' (Red Label) กันก่อนเลยดีกว่า
จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ เรด เลเบิ้ล น่าจะดูถูกใจคนไทยที่สุด
เพราะน้องเล็กสุดขวดนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อการดื่มตลอดค่ำคืน
พูดง่ายๆ ก็คือกินได้นานๆ สนุกสนานกันทั้งคืนนั่นแหละ
แถมวิธีการกินที่ถูกต้องนั้น ก็ต้องผสมกับ ' มิกเซอร์ ' ทั้งหลาย
อันเป็นวิธีการดื่มที่นิยมในหมู่คนไทยอยู่แล้วซะอีก
ตอนนี้ จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ เรด เลเบิ้ล ก็เลยขายดีที่สุดไปโดยปริยาย
ง่ายๆ จะใส่น้ำแข็ง ผสมโคล่า ชามะนาว หรือโซดาก็ได้ทั้งนั้น
สุดแล้วแต่ว่าจะชอบรสชาติแบบไหนหลังผสมมิกเซอร์แล้วเท่านั้นเอง
แต่นักดื่มมืออาชีพมักนิยมผสมน้ำก่อนแล้วจึงผสมโซดาตามลงไป
ในอัตราส่วน2:1หรือที่เรียกกันว่า ' โซดาลอย ' นั่นเอง ...
ผสมเสร็จก็ เอ็นจอย ดริ๊งกิ้ง กันได้ทั้งคืน ( แต่อย่าขับรถหลังดื่มนะ )

โตขึ้นมาหน่อย กับความเคร่งขรึมแบบ จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ แบล็ค เลเบิ้ล
วิสกี้ชั้นดีจากการหมักบ่มเพื่อให้ได้รสชาติที่คลาสสิกที่สุดนานถึง 12 ปี
วิธีการดื่มที่ถูกต้องนั้นก็คลาสสิกไม่แพ้รสชาติของตัววิสกี้
ง่ายๆ เท่ๆ ดูดีด้วยสไตล์ที่เรียกกันว่า ' ออน เดอะ ร็อก ' นั่นเอง
หรือถ้าอยากย๊ากอยากจะผสมมิกเซอร์เหลือเกิน
ก็ต้องใส่น้ำแข็งเข้าไปเยอะๆ วิสกี้ ครึ่งแก้ว และโซดาอีกครึ่งแก้ว
แค่นี้แหละ ก็จะได้สัมผัสรสชาติที่แท้จริงของ จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ แบล็ค เลเบิ้ล

ส่วน จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ กรีน เลเบิ้ล อายุ 15 ปี ที่มีจำหน่ายแบบจำกัดประเทศนั้น
หาน้ำแข็งก้อนใหญ่ๆ สักก้อน ใส่ในแก้วปากกว้างเพียงแค่ก้อนเดียว
ไม่ต้องกลัวว่าน้ำแข็งก้อนนั้นจะเหงา เพราะเราจะเฝ้ามองอย่าทะนุถนอม
จากนั้นริน จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ กรีน เลเบิ้ล ลงไปไม่ต้องท่วมน้ำแข็ง
แกว่งแก้วเล็กน้อย ให้อุณหภูมิของวิสกี้ชะอุณหภูมิของน้ำแข็งก้อนโต
ดมกลิ่นวิสกี้ที่ระเหยขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนลิ้มรสวิสกี้ที่อุณหภูมิพอเหมาะพอดี
งานนี้จะได้ รสชาติ กลิ่น และแสงที่วิสกี้ตกกระทบกับก้อนน้ำแข็งชวนมอง
( อันนี้เคยเสียของมาครั้งหนึ่งแล้ว )
มาถึงวิสกี้ตระกูล จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ ที่ไม่ค่อยจะเห็นบ่อยนักบ้างดีกว่า
เริ่มจาก จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ โกลด์ เลเบิ้ล อายุ 18 ปีกันก่อน
แค่นำ จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ โกลด์ เลเบิ้ล ไปใส่ในช่องแช่แข็งสัก 24 ชั่วโมง
ถ้าที่ในช่องแช่แข็งยังเหลือก็นำแก้วทรงสูงเปล่าๆ แช่ไว้ด้วย
พอได้เวลา ก้รินใส่แก้วที่แช่ไว้ข้างกันๆ นั่นแหละ แล้วดื่มเข้าไปเลย
ทันทีที่วิสกี้เย็นจัดปะทะกับความอุ่นในปาก กลิ่นหอมหวนนุ่มลิ้นจะอบอวล
แหม ... ยิ่งถ้ามีช็อกโกแล็ตดีๆ ไว้กินเข้าคู่ล่ะก็ จะเป็นความสุขที่ลืมไม่ลงเลย เชียว

ปิดท้ายกันที่วิสกี้ชั้นสูง จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ บลู เลเบิ้ล อายุ 25 ปี
ที่หมักบ่มจากมอลต์คุณภาพสูง ตามวิธีการคลาสสิกแบบศตวรรษที่ 19
วิธีการดื่มวิสกี้ชั้นสูงนี้ก็คลาสสิกมาก เตรียมแก้วบรั่นดีสวยๆ ไว้สัก 2 ใบ
แก้วนึงรินวิสกี้รอไว้ ส่วนอีกแก้วนึงรินน้ำแร่เย็นๆ ไว้เช่นกัน
ดื่มน้ำแร่เย็นๆ เพื่อปรับอุณหภูมิในช่องปากกันก่อน
จากนั้นจิบ จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ บลู เลเบิ้ล ในแก้วบรั่นดีอีกใบตาม
เมื่อน้ำแร่เย็นๆ ที่หลงเหลืออยู่ในช่องปากผสมกับวิสกี้ชั้นดีนี้
รสชาติที่แอบซ่อนจะซึมผ่านเพดานปากไปมัดใจนักดื่มเหล้าทั้งหลายไม่รู้ลืม
Johnnie
21 marzo

แบบทดสอบทายนิสัย

แบบทดสอบทายนิสัยกัน
   แต่ห้ามดูเฉลยก่อนนะ เดี๋ยวไม่แม่น
   เลือกข้อที่ใกล้เคียงมากที่สุดนะ

   1.บุคคลิกภาพของคุณเป็นอย่างไร?

   (I) ชอบสันโดษ , คิดก่อนทำ ,
   มีแรงบันดาลใจหรือความคิดจากตัวเองเป็นใหญ่

   (E) ชอบเข้าสังคม , ชอบไปงานสังสรรค์ , ทำก่อนคิด ,
   มีแรงบันดาลใจหรือความคิดจากคน.
    สิ่งของ ,
  สิ่งแวดล้อมเป็นส่วนใหญ่




   2.เมื่อคุณมีข้อมูลที่ต้องพิจารณา
  คุณจะพิจารณาข้อมูลเหล่านั้นอย่างไร?

   (S) ดูถึงรายละเอียดของข้อมูล , ดูถึงปัญหาปัจจุบัน ,
   ดูถึงหลักความเป็นจริง

   (N) ดูถึงภาพรวมหรือข้อสรุปของข้อมูล , คาดการณ์ล่วงหน้า ,
   ดูถึงความน่าจะเป็นที่จะเกิดขึ้น



   3.คุณใช้อะไรในการตัดสินใจกับปัญหา? (โดยสัญชาตญาณของคุณ)

   (T) ใช้เหตุผลในการตัดสินใจ , ใช้หลักตรรกวิทยาความถูกต้อง ,
   คิดถึงผลที่จะตามมาจากการตัดสินใจ

   (F) ใช้ความรู้สึกในการตัดสินใจ , ตัดสินใจจากความชอบ ,
  ความต้องการ ,

  คิดถึงความต้องการ
    และการตอบสนองของตน


   4.คุณมีวิธีการดำเนินชีวิตอย่างไร?

   (J) ชอบวางแผนในการใช้ชีวิตประจำวัน , ชอบตั้งเป้าหมาย ระยะเวลา
   วันที่ในการทำ ,

  ชอบตัดสินใจเพื่อให้จบปัญหา

   (P) ยอมรับการเปลี่ยนแปลงกับสิ่งรอบตัว , ไม่ยึดติด ,
   มีความยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ , รับฟังความคิดผู้อื่น


   วิธีการ : เลือกตัวอักษรภาษาอังกฤษหน้าข้อที่เลือก
  แล้วนำมาเรียงกัน


   คำเฉลย :

   ISTJ - The Duty Fulfiller " ผู้สำเร็จ "


    - มีสมาธิสูง , เงียบ , เป็นคนรักครอบครัว
    - ละเอียด , จริงจัง และ ไว้ใจได้
    - ทำงานหนัก , เจ้าระเบียบ และ มีความรับผิดชอบสูง
    - อาจจะทำให้ถูกเอาเปรียบได้ เพราะความที่เขา
   ซื้อสัตย์และเป็นที่พึ่งได้
    - ไม่เก่งเรื่องของความรู้สึก

   ISTP - The Mechanic " ช่างเครื่อง "

    - เงียบ , ชอบผจญภัย
  และ กีฬา
    - ชอบเสี่ยง , เป็นตัวของตัวเอง , แก้ปัญหาเก่ง
    - มองโลกในแง่ดี
แต่อาจโกรธง่ายตอนเครียด
    - ปกติไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรให้คนอื่นอยู่ ทั้งดีและไม่ดี

   ISFJ - The Nurturer " ผู้ดูแล "

    - เงียบ , ใจดี , มีสติ
    - มีความรับผิดชอบ แก่ภาระและหน้าที่
    - คิดถึงคนอื่นก่อนตัว , จำคนเก่ง
    - เสียกำลังใจเมื่อถูกวิจารณ์
    - ชอบเก็บความรู้สึกไว้กับตัวเอง

   ISFP - The Artist " ศิลปิน "

    - เงียบ , ใจดี , จริงจัง และ อ่อนไหว

- ไม่ชอบการโต้แย้ง ,
  ไม่ชอบระเบียบ
    - ความคิดสร้างสรรค์ และ ไม่เหมือนใคร , รักขอบสวยของงาม
    - เข้าใจยาก , เปิดเผยตัวเองกับคนใกล้ชิดเท่านั้น
    - ใช้ชีวิตอย่างจริงจัง

   INFJ - The Protector " ผู้ป้องกัน "

    - ความคิดสร้างสรรค์ , อ่อนไหว , เป็นตัวของตัวเอง
    - เก่งเรื่องคน และ สถานการณ์
    - เป็นคนลึกซึ้ง ,ซับซ้อน , ชอบความเป็นส่วนตัว
    - เข้าใจยาก , มีความมั่นใจในตัวเองสูง ,

  ดื้อรั้นต่อความคิดของผู้อื่น
    - ไม่ชอบการโต้แย้ง

   INFP - The Idealist " นักอุดมการณ์ "

    - เงียบ , ซื่อสัตย์ ,
  ชอบอุดมการณ์
    - ชอบช่วยเหลือ และ เข้าใจคนอื่น
    - ไม่ชอบการโต้แย้ง
    - ซื่อสัตย์ต่อตนเอง
    - มีความคิดสร้างสรรค์

   INTJ - The Scientist " นักวิทยาศาสตร์ "

    - ฉลาด . มุ่งมั่น , ไม่เหมือนใคร
    - เป็นผู้นำที่ดี , มีความมั่นใจสูง
, มองการณ์ไกล
    - ชอบคิดคนเดียว และ ชอบอยู่คนเดียว , ชอบด่วนสรุป ,
   ไม่ชอบรายละเอียด , คิดว่าตนเองถูกเสมอ
    - บอกความรู้สึกไม่เก่ง ,
  จะมีปัญหากับความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด

   INTP - The Thinker " นักคิด "

    - ความคิดสร้างสรรค์ , เป็นตัวของตัวเอง , มีเหตุมีผล
  และ
   มีความสามารถสูง
    - ไม่อยากถูกนำหรือนำคนอื่น , ไม่ชอบระเบียบ
    - ใช้เวลาในหัวตัวเองมาก , ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
    - เงียบ , ไม่ค่อยรู้ว่าคนอื่นรู้สึกยังไง

   - มีอารมณ์ซับซ้อน , ไม่อยู่นิ่ง และ แปรปรวน

   ESTP - The Doer " ผู้กระทำ "

    - เป็นมิตร , ยืดหยุ่นง่าย , เข้าใจความรู้สึกของผู้อื่นเก่ง
    - ไม่ชอบคำอธิบาย แต่ต้องการแค่ผลลัพธ์
    - ใช้ชีวิตที่สนุกสนาน จึงทำให้ผ่านไปเร็ว
    - รักสนุก , สามารถทำร้ายจิตใจผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว
    - ไม่ชอบเคารพกฎระเบียบ

  - เบื่อง่าย

   ESTJ - The Guardian " ผู้พิทักษ์ "


- มีระเบียบ , ซื่อตรง , ตรงไปตรงมา
    - มีความมั่นใจในตัวเอง , มีความสามารถ . ทำงานหนัก ,
  เป็นผู้นำ
    - ชอบความปลอดภัย และ ความสงบสุข
    - บอกความรู้สึก และ ความห่วงใยไม่เก่ง

   ESFP - The Performer " ผู้แสดง "

    - อยู่คนเดียวในโลกไม่ได้ , มีมนุษยสัมพันธ์ดี , รักสนุก และ
   ทำงานเป็นทีมได้ดี
    - มองโลกในแง่ดี , ต้อนรับทุกคน แต่
  ก็เกลียดทุกคนได้เหมือนกัน
    - ไม่ชอบงานประจำ , คิดมากเวลาเครียด

- รักสวยรักงาม

   ESFJ - The Caregiver " นักใส่ใจ
  "

    - มีน้ำใจ , คนชอบ , มีสติ , มีความรับผิดชอบ
    - เก่งเรื่องคน , เข้าใจ , สนใจ และ ปรับตามคนได้
    - ชอบให้คนชอบ , ชอบบริการผู้อื่นก่อนตนเอง
    - รักสงบ และ ความปลอดภัย , ไว้ใจได้ , กระตือรือร้น
    - อ่อนไหว , ต้องการการเห็นด้วยจากผู้อื่น

   ENFP - The Inspirer " ผู้มีแรงบันดาลใจ "

    - มีความคิดสร้างสรรค์ , กระตือรือร้น , ยืดหยุ่น

- ต้อนรับไอเดียใหม่ ๆ เสมอ แต่จะเบื่อกับรายละเอียด
    - มีมนุษยสัมพันธ์ดี , ชอบให้คนชอบ
   แต่ก็สามารถหลอกใช้ผู้อื่นได้ด้วย
    - เป็นคนร่าเริง และ
  ชอบเป็นอิสระ

   ENFJ - The Giver " ผู้ให้ "

    - มีมนุษยสัมพันธ์ดีมาก , ห่วงใยความรู้สึกของผู้อื่นเสมอ
    - ไม่ชอบอยู่คนเดียว , ต้องการอยู่กับผู้อื่นตลอดเวลา
    - มีความสามารถที่จะทำในสิ่งที่เขาชอบหลาย ๆ อย่าง
    - มีความมั่นใจในตัวเอง , เจ้าระเบียบ

   ENTP - The Visionary " ผู้มีวิสัยทัศน์
"

    - มีความคิดสร้างสรรค์ , ฉลาด , แก้ปัญหาเก่ง
    - ชอบไอเดียใหม่ , ไม่ชอบทำอะไรซ้ำ ๆ
    - ชอบคุย , คุยเก่ง , หัวไว
    - ไม่สนใจเรื่องความรู้สึก แต่เพียงจะให้งานสำเร็จ

  - บางครั้งอาจจะเคร่งครัดกับคนรอบข้าง

   ENTJ - The Executive " ผู้บริหาร "

    - เป็นผู้นำตั้งแต่เกิด , พูดต่อหน้าคนเก่ง , ฉลาด ,
  มีความรู้
    - เห็นความสำคัญในความรู้ และ ความสามารถ ,

  ไม่มีความอดทนกับคนทำงานไม่เก่ง
    - แก้ปัญหาเก่ง , สามารถเข้าใจปัญหาซับซ้อน
    - เจ้ากี้เจ้าการ , ไม่มีความอดทน , เด็ดขาด , น่าเกรงขาม

คำเตือน จาก อ.ย.

>1. ข้างกล่องยาจุดกันยุงแบบขดยี่ห้อนึงเขียนไว้ว่า
>“วัตถุมีพิษ ห้ามรับประทาน” ….ผ่างงงงงงง !!!
>(ใครอยากฆ่าตัวตายด้วยการกินยากันยุงแบบขดก็ตามใจมันเถอะ)
>
>2. บนถุงขนมขบเคี้ยวยี่ห้อนึง
>“คุณมีสิทธิ์ได้รับรางวัลโดยไม่จำเป็นต้องซื้อโปรดอ่านรายละเอียดในซอง”
>(ไอ้บ้า)
>
>3. แปะอยู่บนสบู่ยี่ห้อดัง
>“วิธีใช้ : เหมือนสบู่ทั่วไป” (ขอบใจนะ)
>
>4. บนกล่องอาหารแช่แข็ง
>“โปรดอุ่นก่อนรับประทาน” …(ถ้าคนเปิดมันโง่นักก็ให้มันแ-กเข้าไปเถอะ)
>
>5. บนที่เป่าผมยี่ห้อนึงเขียนว่า
>“ห้ามใช้ขณะหลับ” ..(จะบ้าตาย)
>
>6. พิมพ์อยู่ด้านใต้ของกล่องเค้กที่ขายในห้างดัง
>
>“คำเตือน : ห้ามคว่ำกล่อง” ????????
>
>7. บนกล่องซาลาเปาในร้านสะดวกซื้อ
>“คำเตือน : อาหารจะร้อนเมื่อนำเข้าไมโครเวฟ” (มันคงเย็นหรอกน๊ะ)
>
>8. บนกล่องเตารีด
>“ห้ามใช้รีดผ้าขณะที่สวมใส่” ... - -'
>
>9. บนกล่องยาแก้หวัดเด็ก
>“ห้ามขับรถ หรือคุมเครื่องจักรขณะรับประทานยานี้ ... o O
>
>10. บนกล่องยานอนหลับ
>“คำเตือน : อาจทำให้ง่วงเมื่อใช้ยานี้”
>(ทำไมต้องบอกกกกกก...ที่กินก็เพราะกรูอยากง่วงงงงง)
>
>11. บนกล่องไฟประดับฉลองปีใหม่
>“ใช้สำหรับภายในหรือภายนอกอาคาร” (ไม่บอกไม่รู้น๊ะเนี่ย)
>
>12. บนกล่องถั่วกระป๋องยี่ห้อดัง
>“วิธีใช้ : เปิดกระป๋องแล้วรับประทานถั่ว” (ขอบคุณที่บอก)
>
>13. บนชุดซุปเปอร์แมนของเด็ก
>“คำเตือน : คนสวมใส่เสื้อผ้านี้ไม่สามารถทำให้บินได้” (อีเปรตตตตตตต)
08 febbraio

“เพื่อน” ของคุณเป็นแบบนี้ไหม?

เพื่อน . . .คือคนแปลกหน้าคนแรก ที่ทำให้เรารู้จักความรัก
. . . นอกเหนือจากคนในครอบครัวที่เรารู้จักกันมาตั้งแต่เกิด

เพื่อน . . . โผล่หัวมาตอนโต
เป็นใครไม่รู้ จู่ๆวันหนึ่งเราก็รักมัน

ความรักเพื่อน เป็นความรักที่น่าเคารพยกย่อง
. . . แต่ต้องเป็นเพื่อนแท้นะ


เพื่อนจะรักกันแบบพอดี . . .
ไม่หวง ไม่หึง ไม่ต้องการอะไรตอบแทน
เรารักกันสบายๆ มีปัญหาอะไรปรึกษากัน มีเรื่องเดือดร้อนช่วยกัน

แต่ในขณะเดียวกัน. . .
ต่างคน ต่างก็มีโลกของตัวเอง เธอมีแฟนฉันไม่ว่า
เธอสนุก . . .ของเธอไป เราต่างยินดีในความสุขของกันและกัน
ไม่ต้องมาเจอกัน ก็ยังห่วงกัน คิดถึงกัน
ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบอยู่เสมอ

ถ้ามั่นใจว่าเจอเพื่อนแท้แล้ว
เชื่อเถอะว่า ไม่ว่าเราจะห่างกันยังไง เราจะคิดถึงกัน
และเราจะไม่มีวันเลิกคบกัน . . .
ต่างฝ่ายต่างมีเพื่อนใหม่ ก็ยังเป็นเพื่อนกันไ

ความรักของเพื่อนมันเป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไข
คนบางคนบอกว่า คุยกับเพื่อนได้ทุกเรื่อง
แต่คุยกับแฟน . . . กับพ่อแม่ได้บางเรื่อง
นี่แหละที่มันเป็นความรักที่ประหลาด แต่งดงาม
มันมีความเข้าใจ . . . ไว้ใจ . . . เชื่อใจ . . . ในจุดสมดุล

ฤดูกาลผันผ่าน อาจเปลี่ยนวันวานไปได้
แต่ตราบใดภาษายังไม่เปลี่ยนไป
คำว่า " เพื่อน" เขียนอย่างไร
ความหมายย่อมเหมือนเดิม

จิงป่าววะ

07 febbraio

ดวง....ไม่แม่นให้เหยียบ

>สำหรับคนที่เกิดวันอาทิตย์
>>         ช่วงนี้ดวงอาทิตย์ยังคงร้อนอยู่
>>ดังนั้นไม่ควรเดินกลางแดดนานๆเพราะจะทำให้เหงื่อออก
>>ไม่ควรดูโทรทัศน์ใกล้ๆเพราะจะแสบตาและบังคนข้างหลัง
>>และไม่ควรขากเสลดบนทางเท้าโชคไม่ดีอาจถูกปรับ
>>ถ้าท้องผูกควรดื่มน้ำมากๆ เวลาปวดให้รีบเข้าห้องส้วมให้เรียบร้อย
>>และควรถอดกางเกงออกก่อน เวลาอาบน้ำห้ามสวมเสื้อผ้า
>>ไม่ควรดื่มลิโพเกินวันละ 2
>>ขวดโปรดสังเกตคำเตือนบนฉลากก่อนดื่มแต่ไม่ต้องปฏิบัติตาม  
>>เด็กเกิดวันนี้ ถ้าเป็นคนจะไม่มีหาง จะมีหน้ามีตาตั้งแต่ยังเล็ก
>>นอกจากนี้จะยังมีหูจมูกและคางอีกด้วย ขณะเป็นทารกหรือทาริกาจะตัวเล็ก
>>ในช่วงนี้ถ้าเด็กขี้แตกให้รีบเปลี่ยนผ้าอ้อมทันที
>>และเด็กจะตัวใหญ่ขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น
>>เมื่อเติบใหญ่เด็กจะกลายเป็นผู้ใหญ่ได้เอง
>>ถ้าทิ้งไว้ต่อไปก็จะแก่ลงโดยอัตโนมัติ
>>ถ้าไม่มีลูกหลานจะมีบุญได้ไปอยู่บ้านพักคนชรา
>>
>>สำหรับคนที่เกิดวันจันทร์
>>         ระยะนี้ดวงจันทร์เลื่อนที่ตัดหน้าดาวโจรที่รังสิต
>>ถ้าไม่ระวังของมีค่าอาจหายได้
>>ถ้าเดินไม่ระวังอาจหกล้มเจ็บตัวเป็นที่อับอายเสื่อมเสีย
>>ถ้าเจอหมาบ้าไม่ควรเข้าใกล้เป็นอันขาดเพราะอาจถูกกัดได้
>>เมื่อหิวก็ควรหาอะไรกินเป็นการแก้เคล็ด
>>เด็กเกิดวันนี้ถ้าเป็นผู้ชายจะไม่เป็นหญิง  
>>โตขึ้นมาอีกหน่อยจะสามารถใส่เสื้อผ้าเองได้
>>เมื่อเติบใหญ่ต้องได้ไปทำบัตรประชาชนแน่นอน
>>ในเรื่องความรักหากมีแฟนอยู่แล้วก็จะเป็นคนที่เห็นหน้ากันก่อนที่จะเป็นแฟน
>>หากยังไม่มีแฟนก็จะเป็นเพราะยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้
>>ก็ให้แก้เคล็ดโดยการพยายามต่อไป
>>
>>สำหรับคนที่เกิดวันอังคาร
>>         วันนี้หากใช้เงินมากเกินตัวอาจจะต้องไปกู้หนี้ยืมสินเขาได้
>>ไปตลาดถ้าต่อราคามากๆอาจถูกแม่ค้าด่า ดาวประจำตัวยังโคจรรอบคลองเตย
>>ให้รีบไปทำงานแต่เช้า ถ้าไปสายจะถูกเจ้านายเขม่น
>>ถ้าปวดหัวก็ให้นอนพักผ่อน อย่ากินแอสไพรินตอนท้องว่าง
>>และอย่ากินกาแฟก่อนนอนเพราะจะทำให้นอนไม่หลับ
>>เด็กเกิดวันนี้ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายควรรีบทำสูติบัตร
>>เมื่อถึงวัยเรียนก็ควรพาไปเข้าเรียน
>>ถ้าเลี้ยงไม่ดีจะกลายเป็นโจรหรือติดยาบ้า
>>ถ้าเลี้ยงดีอาจได้เรียนมหาวิทยาลัย ช่วง 5-7 ขวบควรพาเด็กเที่ยวเขาดิน
>>เรื่องของความรักตอนนี้ถ้าปิ้งใครอยู่ก็ให้รีบเข้าไปคุย
>>ไม่งั้นเขาไม่รู้ว่าเรากำลังจีบเขาอยู่
>>
>>สำหรับคนที่เกิดวันพุธ
>>         วันนี้พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก ดาวพุธอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์
>>ดาวพลูโตอยู่ห่างสุด
>>ตื่นขึ้นมาควรแก้เคล็ดด้วยการบิดขี้เกียจและล้างหน้าแปรงฟันแก้ปากเหม็น
>>ถ้าฝนตกไม่ควรออกไปเล่นน้ำฝนเป็นอันขาดเพราะจะเป็นหวัดได้
>>ขึ้นรถเมล์ระวังกระเป๋ารถเมล์จะเข้ามาเก็บตังค์
>>เดินทางไกลจะเจอแต่คนแปลกหน้า
>>ในวันนี้ถ้าเจอพระตอนบ่ายสามห้ามใส่บาตรเด็ดขาด เจอเพื่อนจงทักทายดีๆ
>>แต่ถ้าเจอเจ้าหนี้ควรหลบหนีไกลๆ
>>เด็กเกิดวันนี้ถ้าเป็นชายโตขึ้นอาจจะเป็นตุ๊ดได้
>>เมื่อเติบใหญ่ควรพาไปเกณฑ์ทหาร และไม่ควรทำ สด 43 ปลอมเพราะจะถูกจับ
>>ถ้าเป็นหญิงเมื่ออายุ 20 จะบรรลุนิติภาวะได้เอง
>>ในช่วงอายุนี้บิดามารดาไม่ควรอนุญาตให้ลูกสาวบวชเป็นอันขาด
>>
>>สำหรับคนที่เกิดวันพฤหัส
>>         วันนี้ถ้าเหยียบขี้หมาให้รีบเอารองเท้าขูดกับฟุตบาทโดยเร็วมิฉะนั้นจะเหม็น
>>ขึ้นรถเมล์ควรเกาะราวให้แน่นโดยเฉพาะทางโค้ง
>>และไม่ควรตดบนรถเมล์เป็นอันขาด ถ้าอากาศร้อนไม่ควรใส่เสื้อหนาว
>>ถ้าอากาศเย็นไม่ควรดื่มน้ำแข็ง
>>เมื่อเห็นพัดลมกำลังหมุนอย่าเอามือเข้าไปแหย่มิฉะนั้นเลือดจะออกได้
>>เด็กเกิดวันนี้เมื่อเกิดใหม่ๆ
>>ฟันจะยังไม่ขึ้นควรรอไปเรื่อยๆฟันจะขึ้นเอง
>>อย่าพาเด็กไปใส่ฟันปลอมเพราะจะมีฟันเกิน
>>ไม่ควรเลี้ยงเด็กทารกด้วยนมข้นหวานจะทำให้ขาดสารอาหารได้
>>ให้เลี้ยงด้วยนมแม่ไปก่อนจนกว่าจะมีอายุครบ 2 ขวบ
>>เมื่อโตขึ้นผู้ปกครองควรสอนให้เด็กล้างก้นเองมิฉะนั้นจะเป็นภาระในอนาคตได้
>>ในเรื่องของความรักหากยังเป็นแฟนกันจะยังไม่มีทะเบียนสมรส
>>หากตัดสินใจจดทะเบียนก็จะต้องไปจดที่อำเภอหรือเขตแน่นอน
>>
>>สำหรับคนที่เกิดวันศุกร์
>>         วันนี้ห้ามทิ้งแฟนเป็นอันขาดเพราะแฟนอาจจะเสียใจได้
>>และห้ามกินของมันๆระวังจะอ้วน ควรเปลี่ยนแปรงสีฟันบ่อยๆ 3 เดือนต่อ 1
>>อันกำลังเหมาะ และไม่ควรลงเล่นน้ำคลองในใจกลางกรุงเทพฯเป็นอันขาด
>>วันนี้ดาวพระศุกร์โคจรมาพบกับดาวพระเสาร์ดังนั้นถ้าวันนี้เป็นวันศุกร์พรุ่งนี้ก็ควรจะเป็นวันเสาร์
>>และวันต่อไปจะเป็นวันอาทิตย์ เด็กเกิดวันนี้เป็นผู้มีบุญญา วาสนาส่ง
>>เมื่อแบเบาะจะยังพูดไม่ได้
>>ควรสอนไปเรื่อยๆเด็กจะพูดได้เองยกเว้นถ้าเด็กเป็นใบ้  ในระยะ 6-8
>>ขวบควรสอนให้เด็กเข้าบ้านทางประตู
>>ไม่ควรสอนให้เด็กเข้าบ้านทางหน้าต่างเด็ดขาด
>>
>>สำหรับคนที่เกิดวันเสาร์
>>        
>>วันนี้ถ้าเดินผ่านกองขยะควรเอามือปิดจมูกและรีบเดินผ่านโดยเร็ว
>>หลังกินข้าวถ้ามีเศษอาหารติดฟันไม่ควรเอาตะเกียบแคะฟันเป็นอันขาด
>>ควรใช้ไม้จิ้มฟันดีที่สุด
>>ถ้าเล็บยาวควรตัดให้สั้นแต่ถ้าสั้นควรรอให้ยาวก่อน
>>คืนนี้ไม่ควรนอนดึกเพราะพรุ่งนี้จะตื่นสาย
>>เวลาอาบน้ำควรถูสบู่ให้เกลี้ยงเกลา เวลาไปวัดควรสวมเสื้อผ้าไปด้วยและ
>>ไม่ควรแคะขี้มูกต่อหน้าพระสงฆ์
>>ถ้าคันจมูกควรจามให้เรียบร้อยก่อนเข้าวัด
>>แต่ถ้าไปสวนสัตว์ห้ามยื่นมือเข้ากรงเสือเป็นอันขาด
>>ถ้าขับรถไม่เป็นก็ไม่ควรขับ
>>จะเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนให้แก้เคล็ดโดยการนั่งรถเมล์หรือแท็กซี่จะดีกว่า
>>เด็กที่เกิดวันนี้เมื่อยังเล็กถ้าหิวจะร้องให้
>>ควรป้อนนมเสียเด็กก็จะหยุดร้องเอง
>>และเมื่อป้อนนมเสร็จแล้วเด็กอิ่มไม่ควรเข้าไปเล่นกับเด็กทันที
>>เด็กอาจจะอ้วกใส่หน้าได้ ควรทำให้เด็กเรอเสียก่อน
>>เมื่อโตขึ้นมาหน่อยควรเลี้ยงด้วยอะแล็คต้าเอ็นเอฟหนองโพและสเปย์รอยัลตามลำดับ

9 โรคร้ายสำหรับพนักงานออฟฟิตทั้งหลาย

 

9 โรคร้ายสำหรับพนักงานออฟฟิตทั้งหลาย


 
  1. โรคผมร่วง (ไม่ใช่แค่ 1 แต่มันร่วงถึง 30 เส้นต่อวัน )
            อาการมันก็มีสาเหตุมาจากความเครียดของท่านพนักงานทั้งหลายนั่นแหละ
            ยิ่งเครียดยิ่งร่วง ยิ่งร่วงยิ่งเครียด
            แต่อีกปัจจัยหนึ่งที่คุณอาจไม่เคยคิด นั่นก็คือการขาดแสงอาทิตย์?
                        จริงหรือ ??
                        สังเกตหรือไม่ครับส่วนใหญ่แล้วพนักงานฯจะไม่ค่อยได้รับแสงแดดในยามเข้า
                        แดดในยามเช้าจะช่วยให้เราสังเคราะห์วิตามิน K ที่จำเป็นต่อร่างกาย และหนังศรีษะ

(ดูเอกสารประกอบได้จาก สุขศึกษาม.ต้น หรือวิทยาศาสตร์ ม.ต้น )

2. อาการปวดหัว ,ไมเกรน , อัลไซเมอร์ ,เบลอเป็นกิจวัตร
            2.1 สาเหตุ ก็คงทราบโดยทั่วไปด้วยว่าเกิดจากความเครียด(ตัวนี้จะเจอในอีกหลาย ๆ โรค - - " )
            แต่สาเหตุอีกประการที่น่าสนใจคือ การรับทาน
            ท่านที่มีอาการดังกล่าวทานสิ่งเหล่านี้หรือไม่
                         -แอลกอฮอล์ คาร์เฟอีน ( กาแฟ น้ำอัดลม ยาชูกำลัง )

 -อาหารไขมันสูง
             -อาหารประเภทเนื้อสัตว์90%ของอาหารหลัก

ถึงแม้ว่าอาการอัลไซเมอร์จะเป็นอาการสมองเสื่อมโดยไม่ทราบสาเหตุแต่สาเหตุหลัก ๆ ของอาการ สมองเสื่อมอื่น ๆ ก็คือ การรับทานอาหารดังกล่าว

2.2 อีกสาเหตุหนึ่งที่น่าสนใจคือการขาดการออกกำลังกาย โดยปรกติเราต้องออกกำลังกายประมาณ 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เป็นอย่างน้อย ( ไม่นับการยกช้อน หรือเดินจากห้องนอนไปยังโต๊ะทานข้าว รวมทั้งการเคี้ยวอาหารและการหายใจ ) แต่พนักงานเงินเดือนเอาเวลาไหนไปออกกำลังกาย  ล่ะ แค่ทำงานก็จะตายแร้ว

 

3. อาการปวดตา น้ำตาแห้ง หน้าจอดับ เอ๊ย.. เรตินาผิดปรกติ
            นอกจากความเครียดแล้วก็เหตุใหญ่ ๆ ก็คือ การนั่งหน้าจอเกินวันละ 6 ชั่วโมง และการเพ่งอยู่

หน้าจอในที่มืด ( ดูเวปอะไรหนอต้องเพ่งในที่มืด ) รวมทั้งการขาดวิตามิน A และ B - complex
                        *ตาหมูหยองบอกว่าในพริกมีวิตามิน A เลยซดเข้าไปเป็นถ้วย ๆ เออ สายตาดี
                        แต่กระเพาะพัง ( สม )*    
            หมายเหตุ : การอกหักบ่อย ๆ กระเทือนต่อสายตานะเอ้อ ร้องให้ตาบวมงี้

หรืออินเลิฟมาไปก็ระวังตาบอดนะ

 

4. อาการไซนัส เป็นหวัด คัดจมูก ภูมิแพ้
            ก็วัน ๆ จำศีลอยู่แต่ในห้องปรับอากาศ ถ้าเครื่องปรับอากาศเป็นรุ่นประหยัด...   ประหยัด

ส่วนประกอบ ไม่มีตัวกรองอากาศที่มีประสิทธิ์ภาพ

หรือมีแต่ในห้องเจ้านาย อาการเหล่านี้จะถาม

หาแน่นอน ควรออกไปสูดอากาศข้างนอก...นอก กทม.บ้างอ่านะ ปอดน้อย ๆ จะได้ไม่พังก่อน

เวลาอันควร


   5. ปาก...หมา ไม่ช่าย ๆ ปากเหม็นตะหาก
            อันเนื่องมาจาก...เอ่อ...มันอีกแล้ว ...ความเครียด
            แบคทีเรียจะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพในภาวะ  ที่คุณเครียด และมีอาหาร อาหารพวก กาแฟ

แอลกอฮอล์ รวมทั้งการพูดจาที่น้อยกว่าปรกติ
(สำหรับบางท่านที่มีปัญหากับการสื่อสารกับมนุษย์ ) ทำให้น้ำลาย...บูด...

 เอ้าจริงนะ ลองสังเกตุง่าย ๆ ว่าในยามเช้า ท่านจะรู้สึกว่าอมชักโครกไว้ในปากก็ไม่ปาน เพราะในตอนกลางคืนคงไม่มีใครอุตริพูดหรอกนะ น้ำลายจะไม่ถูกบีบออกมาในยามที่เราไม่ได้ขยับปาก
ดังนั้นปากจึงแห้ง และแบคทีเรียก็จะย่อย น้ำลาย และฟันฟางของท่าน ๆ แล้วปล่อยแก๊สออกมา
      **อาการฟันผุก็เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้ปากเหม็นได้ **
  

6. อาการปวดคอ ปวดไหล่ ปวดข้อ ปวดนิ้ว
            โดยมากเกิดจากอาการนั่งทำงานผิดท่าทาง นั่งเก้าอี้โต๊ะที่ไม่รองรับต่อการทำงาน หรือถูกภรรยา

ที่บ้านซ้อม แต่ท่านรู้หรือไม่ แม้ท่านนั่งถูกท่าแล้ว แต่หากนั่งเป็นเวลานาน ๆ ก็เมื่อยอ่าเด่ะ 5++  
            หรือไม่จริง


   7. อาการ....อ้วน...อ้วน...อ้วน ก็อ้วน อ้วน อ้วน
            นึกถึงลูกโป่ง ถ้าเราใส่น้ำเข้าไปโดยเจาะรูให้มันออกน้อย ๆ  มันก็บวมขึ้น ๆ ๆ ๆ
            เช่นกัน ทุกวันเรากินอาหารอย่างน้อย 3 มื้อ มีพลังงานมากมายเข้า แต่ออกน้อยนิดมานก็อ้วนเป็น
            ธรรมดา โดยที่ยาลดความอ้วนยี่ห้อไหนก็ช่วยไม่ได้ ยกเว้นยานั้นจะทำให้ไขมันในตัวท่าน

เปลี่ยนเป็นพลังงานทั้งหมด ( ไขมัน 1 กรัมให้พลังงาน 9 กิโลแคลลอรี่ ในตัวท่านมีกี่กรัมล่ะ แปลงเป็นพลังงาน ความร้อนแค่ครึ่งตัว ไฟก็ไหม้สำนักงานแล้ว )
อาหารประเภท ฟาดดูด ( พิมพ์ไม่ผิด ๆ )เช่น แฮมเบอร์เกอร์ น้ำอัดลม พิษซ่าน ก็เป็นส่วนสำคัญ งานด่วน แล้วกินด่วน ก็อ้วนด่วน รวมทั้งการกินอาหารแบบกินไปทำงานไป จะทำให้อิ่มช้าและกินได้มาก ( มันไม่รู้จะอิ่มตอนไหน เห็นยุ่ง ๆ อยู่ไม่อยากขัด )

 

8. อาการโรคกระเพาะ กระเพาะคราก ท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอเหม็นเปรี้ยว  เคี้ยว....ไม่ต้องโปรโมต
            มันมาอีกแล้วครับ ...ความเครียด ตัวการหลัก ท่าน ๆ ก็ทราบดีอยู่แล้วไม่พูดดีกว่า
            แต่การนอนไม่พอ ก็มีส่วนทำให้เกิดอาการเหล่านี้ด้วยเช่นกัน

( ไม่แน่ใจสาเหตุนะ อ่าน ๆ มาแล้วลืมสนิทเลย )

การกินอาหารแบบเร่งรีบ ทำให้กระเพาะ และระบบขับถ่ายทำงานได้ไม่มีประสิทธิ์ภาพและการกิน

ไม่ เป็นเวลา

 

9. ริดสีดวง อ่านไม่ผิด ริด-สี-ดวง
            เกิดจากการที่ท่านนั่งกันวันหนึ่ง ๆ กี่ชั่วโมงกัน ไหนจะ OT อีก บั้นท้ายท่านก็รับการกดทับ
                      เส้นเลือดดำบริเวณปลายลำไส้ก็เกิดอาการเลือดคั่ง  บวมเป่งสิทีนี้ ยิ่งน้ำหนักมาก อาการก็เป็นไว             

ควรลุกเดินบ้าง ลุกไปเชียงใหม่ ลำปาง ปัตตานี ยะลา สงขลา อุดรธานี ศรีษะเกษ แล้วค่อย   

กลับมานั่งทำงานต่อ (ว่าแต่จะกลับมาได้มั้ยเนี้ย ถ้าไป3 จังหวัดหลัง)

เรื่องเล่าของใครคนหนึ่ง

เพื่อนผมเคยเล่าให้ฟังว่า  สักประมาณ 20 ปีที่แล้ว


ขณะที่เขากำลังเดินดูหนังสือ ในร้านหนังสือดวงกมล สยามแสควร์


ก็มีนิสิตหญิงจุฬาสองสามคนเดินเข้ามาในร้าน


นิสิตคนหนึ่งใบหน้าสวยคมจัดว่าสวยน่ารัก


แต่ใบหน้าดูคุ้นเหลือเกิน


ทันใดเขาก็เห็นคนเริ่มไหว้บ้าง


ค้อมศรีษะบ้าง ให้แก่นิสิตคนนั้น


แต่ก็มีเสียงเอ่ยขึ้นมาอย่างเกรงใจจากนิสิตคนนั้นว่า


"ไม่เป็นไรค่ะขอบคุณค่ะ วันนี้เป็นนิสิต มาหาซื้อหนังสือ


เชิญทุกท่านตามสบายค่ะ"



ทุกคำที่เอ่ยจะมีคำว่า "ค่ะ" ตลอด


แล้วก็หันไปยิ้มแบบเขิน ๆ


กับเพื่อนทีมาด้วยกริยาช่างงามน่ารักเหลือเกิน



เพื่อนผมย้ำ



ทันใดนิสิตกลุ่มนั้นก็หันไปเห็นผู้อาวุโสท่านหนึ่งกำลังเดินดูหนังสืออยู่ในร้านเหมือนกัน


จึงเดินเข้าไปหาพร้อมยกมือไหว้ผู้อาวุโสท่านนั้นและนิสิตท่านก็เป็นผู้เอ่ยทักว่า



สวัสดีค่ะ อาจารย์ มาหาซื้อหนังสือเหรอคะ"



ทันใด ท่านอาวุโสก็สะดุ้ง กำลังจะก้มและย่อตัวลงในท่าทำความเคารพ


แต่ความที่อยู่ในวัยชราจึงไม่ค่อยถนัด



พร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า



"อ้าว องค์หญิง กระหม่อมมาหาซื้อหนังสือพะยะค่ะ"



ในตอนนั้นเพื่อนผมก็จำได้ขึ้นมาว่านิสิตท่านนั้นก็คือ สมเด็จพระเทพฯ นั่นเอง



ในตอนนั้นพระเทพก็ทรงเข้ามาประคอง อาจารย์ท่านนั้น พร้อมกับรับสั่ง


"ไม่เป็นไรค่ะ อาจารย์ หนูกับเพื่อน มาหาซื้อหนังสือเหมือนกัน ค่ะ"



เพื่อนผม บอกว่า ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ผมรัก และเทอดทูนเจ้าหญิงองค์น้อยเสมอมา



ด้วยความที่ ท่านไม่ทรงถือ พระองค์ ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์


ผมเคยอ่านจากหนังสือสกุลไทย ช่วงตอบปัญหาของใครจำไม่ได้แล้ว


มีคนเขียนไป ถามเจ้าของคอลัมน์ว่าจริงหรือเปล่าทีพระองค์เคยเสด็จเป็นการส่วนพระองค์ยังเมืองทองธานีเพื่อเสวยร้านอาหารโต้รุ่ง


ก็มีคำตอบว่า



จริง



พระองค์เคยเสด็จอย่างส่วนพระองค์จริงๆ กับ คุณข้าหลวงอีก 2 คนไม่มี


องครักษ์ติดตาม คือเสด็จยังร้านอาหารตามสั่งทั่วไปริมถนน



ตอนแรกไม่มีใครจำพระองค์ได้เลย แต่มี 2 สามีภรรยาคู่หนึ่งเห็นเข้า



ฝ่ายสามีบอกว่าไม่ใช่สมเด็จพระเทพหรอกเพราะนี่คือร้านอาหารโต้รุ่งแล้วก็ดึกมากแล้วด้วย



แต่ฝ่ายภรรยาบอกว่าเหมือนมากก็โต้กันไปโต้กันมา


จนพระองค์ทรงได้ยินจึงหันพระพักตร์มาทาง 2 สามีภรรยานี้แล้วตรัสว่า



"ใช่ แต่ขอให้ทำตัวตาม สบาย"



เท่านั้นแหละครับ 2 คนนี้ก็ก้มลงกราบจนคนอื่นๆ แปลกใจ


ก็หันมามองกันหมดทั้งร้าน


เจ้าของร้านกับเด็กเสริฟก็เพิ่งทราบจึงรีบเข้าไปถวายความเคารพ



พวกพ่อค้าแม่ค้าแถวนั้น ก็นำอาหารของร้านตนมาถวาย


จนกระทั่งเสด็จกลับไป



นี่แหละครับเจ้าหญิงในใจประชาชนพระองค์จริงๆ



จำได้ว่าตอนที่พระองค์ท่านเสด็จในงาน concert กาชาดหลายปีแล้วแล้วพระองค์ท่านทรงเป่า trumpet เพลงคู่กัด



พอท่านทรงเป่าจบ คนดูก็ตบมือท่านก็ทรงรับสั่งว่า


"แปลกจังทำไมไม่มีเสียงกรี๊ดเลย"



คนดูก็เงียบกริบ...คงตะลึงมั้ง


ท่านก็รับสั่งย้ำอีกครั้งเท่านั้นแหล่ะ..คนดูกรี๊ดถล่ม



ผมเคยเข้าไปเล่นคอนเสิร์ตหน้าพระที่นั่งศาลาดุสิตาลัย เมื่อสิบห้าปีก่อน


พระเทพทรงประชวรหวัดเล็กน้อยแต่ก็ตรัสก่อนพวกผมเล่นกันว่า


"วันนี้ไม่มีเสียงกรี๊ดนะเป็นหวัด"


พอตอนเล่น ผมเลยบังอาจถวายแซวพระองค์ท่านว่า



"ในฐานะรุ่นน้องจุฬาฯ ขอพระราชทานอนุญาต เอ่ยพระนามพระองค์ว่า


พี่น้อยก็แล้วกันวันนี้ขอให้พี่น้อย  หายหวัด เร็วๆ นะครับ"



คนดูในศาลาดุสิตาลัยเงียบกริบ


ผมก็ชักหนาวสันหลังว่า เหิมเกริมไปหรือเปล่า



เพื่อนร่วมวงรีบชิงพูด ต่อว่า


"มหาดเล็กครับ ช่วยยิงให้ถูกคนด้วยแล้วกัน"



คนเลยฮากันตึง



รอดไป



มีเพลงหนึ่งชื่อเพลงกล้วยไข่ ผมก็แปลงเป็นว่า


แปลกใจจริงพระเทพฯ


ชอบอะไรพระเทพชอบกล้วยไข่


เพราะว่าพระองค์ทรงโปรด ลัล ลัล ลัล ลา



ตอนไปรับพระราชทานดอกไม้จากพระหัตถ์ผมไปยกมือไหว้ท่าน


ท่านก็ตรัสย้อนผมว่า



ใครเค้าไหว้กัน เค้าโค้งจ้ะ"


จากนั้นท่านก็ตรัสว่า


"ใครบอกฉันชอบกล้วยไข่ ฉันชอบกล้วยน้ำว่าย่ะ"



ผมไม่เคยลืมสักภาพเดียวเลยครับ



ตอนเป็นนักเรียนแถวสามย่านพระองค์ท่านเป็นนิสิตแล้ว



เคยแอบไปเดิน "ส่อง" รถพระที่นั่งซึ่งจอด อยู่หน้าหอประชุมจุฬา



เห็นมีขนมขบเคี้ยวสารพัดใส่โหลเอาไว้2-3โหล ทุกวัน ตลอด 4 ปีที่ทรงศึกษาอยู่


ผู้คนที่ต้องผ่านสัญจรแถวนั้นไม่เคยต้องเดือดร้อนกับการกั้นรถขบวนเป็นชั่วโมงๆ



เพียงรถพระที่นั่ง 1คันกับรถตำรวจนำอีก 1 ที่ไม่เคยเปิดไซเรน


ไม่เคยเปิดโทรโข่ง ไม่เคยฝ่าไฟแดง


เห็นพวกนักการเมือง มีตำรวจนำตำรวจตาม


วิ่งย้อนศร กั้นรถให้แซงลัดคิวแล้วนึกถึงสิ่งที่พระองค์ปฏิบัติทุกครั้ง

การซื้อแผ่น DVD ( เถื่อน )ที่ไม่ใช่ Copy จาก Master

การซื้อแผ่น DVD ( เถื่อน )ที่ไม่ใช่ Copy จาก Masterจะเจอ Subtitle แบบนี้

>>             จะเจอ Subtitle แบบนี้
>>             สำหรับคนที่เคยซื้อแผ่น DVD เถื่อนที่มี sub ไทย
>>             คงจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีเรื่องที่แปลมั่ว
>>โดยเฉพาะแผ่นทางมาเลย์ คนก๊อปมันจะใช้เครื่องแปลอัตโนมัต ทำให้แปลออกมาแหม่งๆ
>>ดังนี้
>>
>>             วันนี้เลยเอาตัวอย่างการแปลสุดมั่วมาให้ดูกัน  ความหมายจริงๆ
>>เป็นไง คิดเอาเองนะ>>
>>             1. "Roger that!" = "โรเจอร์ นั่น!"
>>
>>             2. "Freeze!" = "การแข็งตัว!"
>>
>>             3. "Hang on." = "ห้อยไว้"
>>
>>             4. "king of Gondor" = "เจ้าแห่งคอนโด!!" (จาก LOTR)
>>
>>             5. "He's falling down." = "เขากำลังล้มเหลว"
>>             (ตะโกนออกมาตอนเครื่องบินตก)
>>
>>             6. "Uh, Mr. pathetic, you've had a crush on her since high
>>school." = "คุณพาเธทิค คุณชนหล่อนตั้งแต่อยู่
>>             ม.ปลาย" (จากเรื่อง Garfield)
>>
>>             7. "I think that's not right." =
>>             "ฉันคิดว่านั่นไม่ใช่ทางขวา" (จากเรื่อง Prince and Me)
>>
>>             8. "Fire in the Hole!!!" = "ไฟในรู!!!"
>>             (ทำให้ฉากสงครามน่ากลัวขึ้นหลายเท่า)
>>
>>             9. "Holy S-h-i-t!" = "อุจจาระศักดิ์สิิทธิ์!"
>>
>>             10. "Come on, man." = "มานี่อย่างลูกผู้ชาย"
>>
>>             11. "Fine!" = "ค่าปรับ!"
>>
>>             12. "Oh my goodness." = "โอ้ความดีของฉัน"
>>
>>
>>             13. "Where 's the head?" = "หัวอยู่ไหน?" ...... "I'mgonna go
>>to the head"
>>             = "ฉันจะไปที่หัว"
>>(สองอันนี้เป็นตอนที่เขาจะไปหาผู้บังคับบัญชา)
>>
>>             14. "Count Dooku" = "คำนวณดูกู!!" (อันนี้กูเจอเองกับตาจาก
>>Star Wars : Episode II)
>>
>>             15. "Keep the change." = "ให้มันเปลี่ยนแปลง" (จากเรื่อง My
>>Big Fat Greek Wedding ตอนที่พระเอกให้นางเอกเก็บตัง
>>             ค์ทอนไว้)
>>
>>             16. ในฉากยิงกันของหนังเรื่องหนึ่ง เพื่อนพระเอกเข้ามาช่วย
>>             ... "Don't worry, I got your back." = "ไม่กังวล
>>ฉันเอาหลังของคุณ"
>>             (หนังสงครามกลายเป็นหนังเกย์)
>>
>>             17. "Blue Pill, Red Pill." = "หมอนน้ำเงิน หมอนแดง" (จาก The
>>Matrix)
>>
>>             18. abandon ship = "เรืออะแบนด้อน!!" (อันนี้จาก Pirates of
>>the Carribian)
>>
>>             19. "What are you up to?" = "คุณจะขึ้นไปถึงไหน?" (นี่ก็จาก
>>             Pirates of the Carribian)
>>
>>             20. "I'm fine." = "ฉันคือค่าปรับ"
>>
>>             21. แกนดาล์ฟ : Dont' tempt me Frodo. = อย่าล่อข้า โฟรโด
>>(LOTR) ( อันนี้ฮามาก )
>>
>>             22. ท่าไม้ตายนางเอกในเรื่อง Kill Bill ...
>>             "Five-Point-Heart-Attack Palm" แปลสั้นๆว่า "ท่าต้นปาล์ม"
>>
>>             23. "Shut up, baby." = "ปิดประตูซะเด็กน้อย"
>>
>>             24. "May the Force be with you." ="บางทีแรงอาจอยู่กับคุณ"
>>
>>
>>             25. "I'll kick your ass." = "ฉันจะยอมเป็นเมียแก"
>>(เชี่ยนี่หมกมุ่น)
>>
>>             26. เครื่องบินกำลังจะตก ... "Mayday! Mayday!" = "วันแรงงาน!
>>วันแรงงาน!"  ( โอย...กูจะบ้า )
>>
>>             27. "Good morning, honey." = "สวัสดี คุณน้ำผึ้ง"
>>
>>
>>             28. จาก Notting Hill ... "Time for bed." = "ขึ้นเตียงกันเถอะ"
>>             (ไม่มันก็กูซักคนนี่แหละที่หมกมุ่น)
>>
>>             29. จาก The Terminal พนักงานบอกให้พระเอกกรอก Light-Green Form
>>...
>>             "กรอกแบบฟอร์มไฟเขียวด้วยค่ะ"
>>
>>             30. "Do you want to take a shower?" =
>>"เธออยากแสดงอะไรให้ฉันดูไหม?"
>>             (จาก Monster)
>>
>>             31. "To the fairest." = "ให้คนที่แฟร์ที่สุด"
>>
>>             32. "Farewell." = "แฟร์ดี" (จากเรื่อง Helen of Troy)
>>
>>             33. "Oh mother damn! She shot at you with her eye close!" =
>>             "โอ้สาบแช่งแม่เธอยิงประตูด้วยตาของเธอที่ถูกปิดที่คุณ"
>>             (เชี่ยนี่บ้าบอล)
>>
>>             34. "Now, you've pissed me off!" =
>>"ตอนนี้คุณปัสสาวะที่ฉันห่าง"
>>
>>             35. "Flame of hell" = "กรอบจากนรก"
>>
>>             36. "It's my father's plane." = "นี่คือแผนของพ่อฉัน"
>>             (ฉากหลังมีเครื่องบินจอดอยู่ 1 ลำ)
>>
>>             37. "Come on." = "มาบน"
>>
>>             38. "Can you hear me?" = "กระป๋อง คุณได้ยินฉันมั้ย  (
>>อันนี้สุดยอด )

ยอดพาหนะใน กทม

1. รถเมล์ : รถประจำทางสำหรับผู้รักการผจญภัย และพาหนะที่มักจะไม่มาเมื่อคุณรอ
และวิ่งให้ว่อนเมื่อไม่ต้องการ
2. พขร : พนักงานแข่งรถ
3. พกส : พนักงานเก็บเงินผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด
มีอำนาจสั่งการให้ผู้โดยสารไปไหนก็ได้ และเปงคนเดียวที่คุยกะ พขร. รู้เรื่อง
4. ผู้โดยสาร : บุคคลผู้เจียมเนื้อเจียมตัว
บางครั้งถูกเปรียบให้เปงปลา(กระป๋อง)
5. นายตรวจ : คนเดียวที่ พกส. กลัว
6. ค่าโดยสาร : จำนวนเงินที่ต้องจ่าย กรุณาจ่ายเปงเศษสตางค์
ไม่รับแบงก์ใหญ่กว่า100ฝ่าฝืนอาจถูกสรรเสริญจาก พกส.
และอาจจะลามไปถึงบุพการีที่นอนอยู่บ้านได้
7. ป้าย : ไป (สันนิษฐานว่าเลยไปเลย สังเกตุจาก พกส.
จะพูดคำนี้ทุกครั้งเมื่อถึงป้าย)
8. ที่นั่งสำหรับภิกษุ สามเณร : ที่นั่งสำหรับป้าตาถั่ว หรือตาบอดสี
โดยเฉพาะสีเหลือง
9. ที่นั่งสำหรับคนพิการ : ดูข้อ8(คล้ายๆกัน)
10. เด็ก สตรี และคนชรา : ประชาชนส่วนใหญ่ที่ประชาชนส่วนน้อยต้องเอื้อเฟื้อจึง
มักจะ(ดูต่อข้อ 11)
11. แกล้งหลับ : วิธีหลีกเลี่ยงจากข้อ 10
12. คนดีมีน้ำใจ : คนประหลาดในสายตาข้อ 11
13. กริ่ง : กดสองที ฟรีสองป้าย
14. รถไฟฟ้า : เครื่องช่วยหายใจของคนกรุง สามารถไปได้ทุกที่ยกเว้นบ้านคุณ
15. เรือด่วน : เครื่องช่วยหายใจอีกอย่าง
เหมาะสำหรับคนว่ายน้ำเป็นและน้ำหนักตัวน้อย
16. แท็กซี่ : พาหนะที่พาคุณอ้อมไปจากเส้นทางจริง
17. สามล้อ : พาหนะสำหรับคนมีสุขภาพปอดดี
เคลื่อนที่ทุกๆครั้งมีที่ว่างมากกว่า2นิ้ว